DIGITAL MARKETING CENTER.Always Beyond

ONLINE MARKETING SERVICE

DIGITAL MARKETING CENTER

ONLINE MARKETING SERVICE

กลยุทธ์การตลาดออนไลน์

fully responsive

ทิศทางการใช้งบทำตลาดออนไลน์ของ SMEs

สำหรับธุรกิจขนาดเล็ก เงินทุกบาททุกสตางค์ต้องใช้อย่างคุ้มค่าที่สุด ทำให้การจัดสรรงบประมาณแต่ละครั้งต้องคิดอย่างถี่ถ้วน Infusionsoft จึงได้สำรวจข้อมูลจากเจ้าของธุรกิจขนาดเล็กในสหรัฐฯ จำนวน 1,000 คน เกี่ยวกับการวางแผนการทำ ตลาดออนไลน์ในปี 2017 พบว่า ในปีนี้เจ้าของธุรกิจขนาดเล็ก 56% วางแผนจะใช้งบโฆษณากับ Social Media มากที่สุด ตามมาด้วย 33% มีแผนจะใช้งบไปกับโฆษณาออนไลน์ (Digital Advertising) และ 32% มีแผนจะใช้งบเพื่อเพิ่ม ประสิทธิภาพของเครื่องมือค้นหา

ที่มา : www.marketingoops.com

ONLINE MARKETING SERVICE

งบทำตลาดออนไลน์ของ SMEs

1. ทุกอย่างจะมุ่งเข้าสู่โซเชียลเน็ตเวิร์ก


พฤติกรรมคนไทยกำลังมุ่งเข้าสู่โซเชียลเน็ตเวิร์กอย่างเห็นได้ชัดและโซเชียลเน็ตเวิร์กจะเริ่มกลายมาเป็น “โครงสร้างพื้นฐานในการสื่อสาร (Infrastructure)” ของคนไทย เหมือนกับ โทรศัพท์, ทีวี หรือหนังสือพิมพ์ คนไทยจะเริ่มใช้ช่องทางนี้เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

เริ่มมีการต่อยอดของโซเชียลเน็ตเวิร์กไปยังกลยุทธ์ทางธุรกิจรูปแบบต่างๆ เช่น การตลาดผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ก (Social Network Marketing), การค้าขายผ่านทางโซเชียลเน็ตเวิร์ก (Socail Network Commerce), การประชาสัมพันธ์ผ่านทางโซเชียลเน็ตเวิร์ก (Social Network PR) เป็นต้น

blog post
blog post

2. การปรับแต่งโซเชียลมีเดียจะเป็นสิ่งจำเป็น


เมื่อโซเชียลเน็ตเวิร์กกลายเป็นช่องทางหลายองค์เริ่มเข้ามาใช้กันมากขึ้น ในการสื่อสารกับลูกค้าและกลุ่มเป้าหมาย การปรับแต่งโซเชียลเน็ตเวิร์กให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด จึงเป็นสิ่งจำเป็น เช่น การวางแผนให้เกิดการแชร์และกระจายข้อมูลออกไปมากที่สุด, การติดตั้งเครื่องมือต่างๆ ที่ทำให้ผู้ใช้ร่วมส่วนร่วมมากขึ้น เช่น ปุ่มแชร์, ปุ่มชอบ (Likes), ปุ่มส่งต่อ (Retweet), สร้างลิงค์กลับมาเราให้มากที่สุด ทั้งหมดนี้เพื่อทำให้โซเชียลเน็ตเวิร์กของเราสามารถเข้าถึงคนและกระจายข้อมูลออกไปให้ได้วงกว้างมากที่สุด และเกิดประสิทธิภาพที่สุด

3. ผู้มีอิทธิพลออนไลน์จะมีบทบาทในการสร้างกระแส


เมื่อคนสื่อสารกันในโลกออนไลน์ของโซเชี่ยลเน็ตเวิรก์มากขึ้น คนที่มีคนติดตามมากๆ เช่น Facebook ที่มีคนชอบ (like) เยอะๆ หรือ Twitter ที่มีคนตาม (Follower) เยอะๆ Youtube ก็ต้องการ คน subscribe หรือคนที่มีอิทธิพลทางความคิดกับคนอื่นในช่องทางออนไลน์ ก็จะเริ่มเข้ามาบทบาทในการสร้างกระแส หรือการทำให้คนอื่นๆ เชื่อและเกิดความคล้อยตามได้ไม่ยาก เพราะการพูดและสื่อสารออกมาของคนที่มีอิทธิพล (Influencer) เหล่านี้ ก็จะไปสร้างและโน้มน้าวให้คนอื่นๆ ที่ติดตามเค้าอยู่นั้นเกิดความคล้อยตามในทิศทางเดียวกัน

blog post
blog post

4. ตำแหน่ง (Location)มีบทบาทในการทำการตลาดมากขึ้น


เมื่ออุปกรณ์หลายอย่างสามารถระบุตำแหน่งของผู้ใช้ได้ เช่น มือถือ,แท็ปเล็ต, กล้องถ่ายรูป หรือ รถยนต์ และแอ็พพลิเคชั่นที่สามารถนำตำแหน่งของคน มาใช้ประยุกต์กับการตลาดได้ไม่อยากเช่น Foursquare, Google Map, Facebook Place ทำให้ “ตำแหน่งของลูกค้า” เริ่มเข้ามามีบทบาท และจะทำให้การสื่อสารไปหาลูกค้ามีความแม่นยำ และเฉพาะเจาะจงมากขึ้น เช่น ร้านโดนัทที่สยามสแควร์สามารถรู้ได้ทันทีว่า ใครคือลูกค้าที่เข้าซื้อสินค้าของร้านค้าเค้าบ่อยๆ จากประมาณการเช็กอินของลูกค้า ผ่านโปรแกรมต่างๆ ทางมือถือ

5. เมื่อโลกออนไลน์เชื่อมโยงกับโลกออฟไลน์


การตลาดบนโลกออนไลน์ จะเริ่มเข้าไปมีบทบาทเพิ่มยอดขายให้กับธุรกิจหน้าร้านค้าปกติ (ออฟไลน์) ได้อย่างมาก อย่างเช่น หลายคนหาข้อมูล-ส่วนลด ร้านอาหารจากทางออนไลน์ผ่านบริการของดีลพิเศษแต่ละวัน (Daily Deal) เพื่อนำไปทานอาหารกับเพื่อนๆ หรือ ลูกค้าบางคนส่อง QR Code เพื่อรับข้อมูล ณ.จุดขาย เพื่อสามารถดูข้อมูลสินค้า และรายละเอียดเพิ่มมากขึ้นได้ ดังนั้นการเชื่อมโยงข้อมูลจากโลกออนไลน์ไปกระตุ้นหรือทำให้คนตัดสินใจซื้อสินค้าในโลกออฟไลน์ กำลังจะเริ่มเติบโตมากขึ้น ซึ่งบางธุรกิจสามารถเพิ่มยอดขาย และจำนวนลูกค้าได้มหาศาลจากการตลาดลักษณะนี้

blog post
blog post

6. หลากอุปกรณ์ทีเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตและแอ็พพลิเคชั่น


ปีนี้จะเป็นอุปกรณ์ต่างๆ รอบตัวเราจะสามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้มากขึ้น ทำให้มันมีความสามารถเพิ่มมากขึ้นอย่างมาก เช่น มือถือ, ทีวี, รถ ยนต์, วิทยุ และจำนวนคนไทยใช้แอ็พพลิเคชั่นก็เพิ่มมากขึ้น รูปแบบต่างๆ เหล่านี้ เริ่มมาบทบาทเป็นช่องทางในการติดต่อสื่อสารกับลูกค้าได้มากขึ้น ดังนั้น ทำให้นักการตลาดสามารถเพิ่มช่องทางใหม่ๆ ในการสื่อสารกับลูกค้านอกเหนือจากทางหน้าคอมพิวเตอร์ เช่น นักการตลาดเริ่มติดต่อลูกค้าผ่านช่องทางแอ็พพลิเคชั่นใหม่ๆ อย่าง Line หรือ Instagram เป็นต้นหรือบางคนก็อาจะสร้างแอ็พของตัวเองขึ้นมาในการติดต่อกับลูกค้าโดยตรงได้ทันที

7. เมื่อเทคโนโลยีฉลาดและอัตโนมัติมากขึ้น


เรากำลังอยู่ในยุคของข้อมูลอย่างแท้จริง โดยรอบๆ ตัวเราที่เคลื่อนที่ไปจะมีข้อมูลเกิดขึ้นตลอดเวลา เช่น ข้อมูลตำแหน่งพิกัดตัวคุณ, ข้อมูลสภาพอากาศ, การจราจร หรือธุรกิจต่างๆ ที่อยู่รอบๆ ตัวคุณ ณ.ขณะนั้น (Context Information) ซึ่งข้อมูลแต่ละอย่างจะสามารถนำมาเชื่อมโยงและสร้างให้เกิดข้อมูลรูปแบบใหม่ที่เหมาะสมกับตัวคุณโดย อัตโนมัติและทันที (Real Time) ดังนั้น นักการตลาดเริ่มจะเห็นความสำคัญของข้อมูลต่างๆ เหล่านี้ นำมาประกอบกันเพื่อสร้างกลยุทธ์การตลาดรูปแบบใหม่ๆ ที่สามารถตอบสนองกับคนๆ นั้นๆ ในพื้นที่ๆ นั้น ได้อย่างแม่นยำเลยทีเดียว

blog post
blog post

8. รู้ลึกถึงกลุ่มเป้าหมายด้วยการวิเคราะห์จากพฤติกรรมทางออนไลน์


เราสามารถเข้าใจและเจาะลึกลงไปถึงพฤติกรรมของลูกค้าและกลุ่มเป้าหมายเราได้ง่ายมากขึ้น เพราะด้วยข้อมูลมากมายมหาศาลที่อยู่ในโลกออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลพฤติกรรมการใช้เว็บไซต์ (Web Log) หรือ ข้อมูลการใช้งานโซเชี่ยลเน็ตเวิรก์ หรือแม้แต่การพูดคุยสื่อสารผ่านทางออนไลน์ต่างๆ สามารถรวบรวมนำมาวิเคราะห์ เพื่อทำให้เราเข้าใจถึงพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมายหรือลูกค้าเรามากขึ้น โดยมีเครื่องมือต่างๆ ออกมาช่วย เช่น Google Analytics, Truehits.net, ZocialRank.com ซึ่งปีนี้จะเป็นปีที่นักการตลาดให้ความสำคัญกับข้อมูลเหล่านี้มากขึ้น เพื่อทำให้เราสามารถเข้าใจลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น

9. การค้าบนโลกออนไลน์จะขยายตัวอย่างรวดเร็ว


ถึงแม้ว่าการค้าบนโลกออนไลน์หรือ E-Commerce จะเป็นสิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นมานาน แต่มันจะได้รับความนิยมมากขึ้นในปีนี้ เพราะในปีที่ผ่านมา เริ่มมีบริษัทให้ความสนใจในการขยายช่องทางการขายออกไปยังในโลกออนไลน์ อย่างเช่น เปิดร้านขายของออนไลน์ หรือ ห้างสรรพสินค้าต่างๆ เริ่มกระโดดเข้าสู่สมรภูมิการซื้อของออนไลน์มากขึ้น ประกอบกับระบบชำระเงินออนไลน์และระบบขนส่งสินค้าภายในประเทศพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว ทำให้การซื้อขายสินค้าทางออนไลน์เป็นสิ่งหนึ่งที่หลายๆ แบรนด์และธุรกิจต่างให้ความสำคัญมากขึ้นในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่อยู่ทั่วประเทศและทั่วโลก

blog post
blog post

10. ทุกอย่างจะหล่อหลอมรวมเข้าด้วยกัน


เมื่อเทคโนโลยีและสื่อมีอะไรเกิดขึ้นมากมาย โดยทุกอย่างจะเริ่มถูกนำมาหล่อหลอมรวมกันให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด การใช้วิธีใดวิธีหนึ่งอาจจะไม่เกิดประสิทธิภาพเท่าที่ควร ดังนั้นเราจะเริ่มเห็นการสื่อสารเต็มรูปแบบ โดยมีกลยุทธ์และเทคโนโลยีหลากรูปแบบภายใต้แคมเปญหรือกลยุทธ์หลักกลยุทธ์เดียว เพื่อทำให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ในการทำการตลาดยุคใหม่ บางคนอาจจะเรียกวิธีนี้ว่า IMC (Integrated Marketing Communication) เป็นการใช้สื่อดั่งเดิมเข้าผสมผสานกับสื่อออนไลน์รูปแบบใหม่ เพื่อสร้างกลยุทธ์รูปแบบใหม่ ที่จะเข้าถึงลุกค้าได้ในทุกๆ สื่อและช่องทางที่ลูกค้าอยู่ เช่น กลยุทธ์การตลาดรูปแบบใหม่จะมีทั้ง สื่อทีวี วิทยุ สิ่งพิมพ์ ออนไลน์ มือถือ แอ็พพลิเคชั่น โซเชียลเน็ตเวิร์ก การใช้ตำแหน่งของ ลูกค้า ฯลฯ ทั้งหมดเหล่านี้มาสร้างเป็นกลยุทธ์ในการทำการตลาดเพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่มีพฤติกรรมเปลี่ยนไป


ที่มา :

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ www.bangkokbiznews.com

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อฝ่ายขาย โทร. 0 2938 2355 , 08 9507 5515

Click to Email contacts